ข้ามไปเนื้อหาหลัก
อติจาณกชาดก
ชาดก 547 เรื่อง
22

อติจาณกชาดก

Buddha24เอกนิบาต
ฟังเนื้อหา

อติจาณกชาดก

ณ เมืองสาวัตถี อันเป็นเมืองที่รุ่งเรืองด้วยพระพุทธศาสนา มีพระภิกษุรูปหนึ่งนามว่า "พระอติจาณก" ท่านเป็นผู้มีศีลวัตรอันงดงาม มีวัตรปฏิบัติอันน่าเลื่อมใส เป็นที่รักและเคารพของพุทธศาสนิกชนทั่วไป แต่ทว่า พระอติจาณกก็มีข้อบกพร่องประการหนึ่งที่ท่านยังละไม่ได้ นั่นคือ "ความเห็นแก่ปากเห็นแก่ท้อง"

ในสมัยที่พระพุทธองค์ยังทรงพระชนม์ชีพอยู่ เหล่าพระภิกษุสงฆ์จะได้รับอาหารบิณฑบาตจากญาติโยม หรือบางครั้งก็ได้รับนิมนต์ไปฉันภัตตาหารที่บ้านของพุทธศาสนิกชน ซึ่งอาหารแต่ละมื้อก็ล้วนแต่มีรสเลิศ อุดมด้วยของหวานของคาว ครั้นเมื่อถึงเวลาฉัน พระอติจาณกมักจะฉันอาหารอย่างเอร็ดอร่อย จนบางครั้งก็ฉันมากเกินไป จนท้องอิ่มแปล้

อยู่มาวันหนึ่ง ขณะที่พระพุทธองค์กำลังประทับสนทนากับเหล่าพระภิกษุสงฆ์ ก็ทรงสังเกตเห็นว่าพระอติจาณกมีลักษณะอิดโรย ใบหน้าซีดเซียวผิดปกติ พระพุทธองค์จึงทรงตรัสถามด้วยความห่วงใยว่า "อติจาณก ท่านเป็นอะไรไป เหตุใดจึงดูซูบผอมเช่นนี้"

พระอติจาณกได้ฟังดังนั้น ก็ถวายบังคม แล้วกราบทูลด้วยเสียงอันแผ่วเบาว่า "ข้าแต่พระผู้มีพระภาคเจ้า กระผมนั้นมีอาการปวดท้องอย่างรุนแรง ท้องของกระผมนั้นบวมเป่ง รู้สึกอึดอัดไปหมด กระผมไม่สามารถย่อยอาหารใดๆ ได้เลย"

พระพุทธองค์ทรงทราบถึงสาเหตุที่แท้จริง จึงทรงแย้มพระสรวลเล็กน้อย แล้วตรัสว่า "อติจาณก ท่านยังคงมีความเห็นแก่ปากเห็นแก่ท้องอยู่ใช่หรือไม่ ทุกครั้งที่ท่านได้รับอาหารอันเลิศรส ท่านก็มักจะฉันมากเกินไป จนท้องของท่านต้องรับภาระหนักเกินกำลัง เหตุใดท่านจึงไม่รู้จักประมาณตน"

พระอติจาณกได้ฟังดังนั้น ก็รู้สึกละอายใจเป็นอย่างยิ่ง มันเป็นความจริงที่ตนเองไม่เคยระวังเรื่องการบริโภคอาหารเลย

พระพุทธองค์ทรงเห็นดังนั้น จึงทรงแสดงธรรมโปรด แล้วตรัสเล่าเรื่องในอดีตชาติของพระอติจาณกให้ฟังว่า:

"ดูกร อติจาณก ในอดีตกาลชาติหนึ่ง ท่านได้เกิดเป็นบุตรชายของพราหมณ์ผู้มั่งคั่ง ในเมืองพาราณสี ท่านเป็นคนที่มีรูปร่างหน้าตาดี แต่มีนิสัยที่เจ้าเล่ห์เพทุบาย และที่สำคัญที่สุด คือ ท่านนั้นมีความตะกละเป็นอย่างยิ่ง ไม่เคยรู้จักประมาณในการบริโภคอาหารเลย"

"วันหนึ่ง ขณะที่ท่านกำลังนั่งอยู่ในบ้าน ก็มีพ่อค้าเร่ผู้หนึ่งเดินทางผ่านมา เขาได้นำเอาขนมหวานอันมีรสชาติอร่อยเลิศมาขาย ท่านเห็นดังนั้น ก็เกิดความอยากได้ขึ้นมาทันที ท่านจึงได้นำเอาเงินจำนวนมากไปซื้อขนมหวานเหล่านั้นมาทั้งหมด"

"เมื่อได้ขนมหวานมาแล้ว ท่านก็รีบนำเข้าปากเคี้ยวกินอย่างตะกละตะกลาม ไม่ได้แบ่งปันให้แก่ใครเลย ท่านกินไปเรื่อยๆ จนท้องของท่านนั้นบวมเป่ง

"หลังจากกินขนมหวานจนหมดแล้ว ท่านก็รู้สึกปวดท้องอย่างรุนแรง ท้องของท่านบวมโตจนขยับตัวไม่ได้ ท่านพยายามจะขอความช่วยเหลือจากคนในบ้าน แต่ก็ไม่มีใครสามารถช่วยท่านได้"

"ในที่สุด ท่านก็ทนความปวดร้าวไม่ไหว และได้สิ้นใจตายไปในที่สุด"

"เมื่อสิ้นชีวิตลงด้วยผลแห่งกรรมแห่งความตะกละนั้น ท่านก็ได้ไปเกิดในนรกภูมิ ต้องทนทุกข์ทรมานด้วยความหิวกระหายอย่างแสนสาหัส เป็นเวลายาวนาน"

"เมื่อพ้นจากนรกภูมิแล้ว ท่านก็ได้ไปเกิดเป็นสัตว์เดรัจฉาน ที่ต้องทนทุกข์ทรมานด้วยความหิวโหยอยู่หลายภพหลายชาติ"

"จนกระทั่งในชาติปัจจุบันนี้ ท่านจึงได้กลับมาเกิดเป็นมนุษย์อีกครั้ง และได้บวชเป็นภิกษุในพระพุทธศาสนา แต่ท่านก็ยังคงมีนิสัยความตะกละติดตัวมาอยู่"

พระพุทธองค์ตรัสต่อไปว่า "ดูกร อติจาณก ท่านจงเห็นโทษแห่งความตะกละ แล้วจงตั้งอยู่ในความไม่ประมาท หมั่นพิจารณาอาหารก่อนบริโภค รู้จักประมาณตนในการฉันอาหาร เพื่อไม่ให้เกิดทุกข์ดังเช่นในอดีตชาติ"

พระอติจาณกได้ฟังธรรมอันลึกซึ้งของพระพุทธองค์ ก็เกิดความสลดใจเป็นอย่างยิ่ง ตนเองนั้นเคยได้รับทุกข์ทรมานแสนสาหัสเพราะความตะกละมาแล้วหลายภพหลายชาติ

นับตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา พระอติจาณกก็ตั้งมั่นอยู่ในศีลในธรรมอย่างเคร่งครัด เขาหมั่นพิจารณาอาหารก่อนฉันเสมอ รู้จักประมาณตนในการบริโภค ไม่เคยมีความตะกละอีกเลย ตลอดชีวิตที่เหลืออยู่ ท่านก็ได้บำเพ็ญเพียรภาวนา จนกระทั่งบรรลุพระอรหันต์ในที่สุด

— In-Article Ad —

💡คติธรรม / ข้อคิด

ความตะกละเป็นบ่อเกิดแห่งทุกข์ ควรบริโภคอาหารแต่พอดี รู้จักประมาณตน เพื่อสุขภาพกายและใจที่ดี

บารมีที่บำเพ็ญ: ศีลบารมี, วิริยบารมี

— Ad Space (728x90) —

นิทานชาดกเรื่องอื่นที่น่าสนใจ

สุนักขัตตชาดก
427นวกนิบาต

สุนักขัตตชาดก

สุนักขัตตชาดกในสมัยพุทธกาล ณ กรุงสาวัตถีอันเจริญรุ่งเรือง มีเศรษฐีผู้หนึ่งนามว่า สุนักขัตตะ เป็นผู้ม...

💡 ความตระหนี่เป็นเหมือนขุมทรัพย์ที่ถูกขโมยไป เพราะไม่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ และยังนำมาซึ่งความทุกข์ทั้งแก่ตนเองและผู้อื่น การรู้จักแบ่งปันและทำบุญให้ทาน จะนำมาซึ่งความสุขและความเจริญ

อัฏฐิกชาดก (เรื่องพระพุทธเจ้าทรงเป็นมนุษย์)
406สัตตกนิบาต

อัฏฐิกชาดก (เรื่องพระพุทธเจ้าทรงเป็นมนุษย์)

อัฏฐิกชาดกณ เมืองพาราณสีอันรุ่งเรืองในอดีตกาลอันไกลโพ้น ณ ริมฝั่งแม่น้ำคงคาอันไหลเอื่อย สองฟากฝั่งเต...

💡 การทำผิดย่อมมีผลตามมา ไม่มีสิ่งใดลบล้างบาปได้ นอกจากการสำนึกผิดและตั้งมั่นบำเพ็ญความดี

อัคคิทสชาดก
364ปัญจกนิบาต

อัคคิทสชาดก

อัคคิทสชาดก กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว เมื่อครั้งที่พระโพธิสัตว์ทรงเวียนว่ายตายเกิดเป็นพราหมณ์ผู้มีปัญญ...

💡 การดับไฟที่สำคัญที่สุด ไม่ใช่การดับไฟที่ลุกไหม้ภายนอก แต่คือการดับไฟแห่งกิเลสตัณหาในใจตนเอง การไม่เติมเชื้อเพลิงให้แก่ความขัดแย้ง จะช่วยให้ปัญหาคลี่คลายลงได้

มหากปปิชาดก
284ติกนิบาต

มหากปปิชาดก

มหากปปิชาดกณ แคว้นโกศล เมืองหลวงที่เจริญรุ่งเรือง มีพระราชาผู้ทรงทศพิธราชธรรมปกครองอาณาประชาราษฎร์ด้...

💡 การหลอกลวงผู้อื่น อาจให้ผลประโยชน์ชั่วคราว แต่สุดท้ายจะนำมาซึ่งความเสียหาย

สุชาตกชาดก
282ติกนิบาต

สุชาตกชาดก

สุชาตกชาดกณ กรุงพาราณสี เมืองหลวงที่รุ่งเรืองด้วยการค้าขายและความมั่งคั่ง มีเศรษฐีผู้หนึ่งเป็นที่ร่ำ...

💡 ความเพียรพยายาม ความซื่อสัตย์ และความตั้งใจจริง สามารถนำไปสู่ความสำเร็จได้

กษัตริย์ผู้ไม่ทรงเกรงกลัวต่ออุปสรรค
32เอกนิบาต

กษัตริย์ผู้ไม่ทรงเกรงกลัวต่ออุปสรรค

กษัตริย์ผู้ไม่ทรงเกรงกลัวต่ออุปสรรคณ อาณาจักรกาญจนบุรีอันรุ่งเรือง มีพระเจ้าวิเศษชัย กษัตริย์ผู้ทรงม...

💡 ความกล้าหาญและความไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค ย่อมนำมาซึ่งความสำเร็จ.

— Multiplex Ad —